2007/Feb/25

ข้อมูลจำเพาะ
ชื่อหนังสือ :
สะดุดรักพี่เลี้ยงสาว
ชื่อต้นฉบับ : The Governess
แต่งโดย : เลสลี่ เค
แปลโดย : สุธาสินี
สำนักพิมพ์ : สำนักพิมพ์ฟองน้ำ
ISBN : 974-667-370-X
ราคา : 151 บาท

รีวิวโดย : มิตสึกิ

จะว่าไป มันก็เป็นเพียงนิยายรักน้ำเน่าของฝรั่งเท่านั้น ใครๆก็ต้องเคยเห็นหนังสือประเภทนี้วางขายอยู่ทั่วไป แต่ตัวเองก็ไม่เคยคิดจะหามาอ่านเลย จนกระทั่งมีเรื่องต้องไปตรังเพื่อเยี่ยมเพื่อนคนหนึ่ง ตอนว่างๆไม่มีไรทำก็เลยว่าจะหาหนังสืออ่านสักเล่ม แล้วก็เลือกส่งเดชจนหยิบเล่มนี้ติดมือมา

ถามว่าสนุกมั้ย อืม ก็ไม่ถึงกับไม่สนุก แต่เพราะมันไม่ใช่รสนิยมของตัวเอง บางครั้งอ่านแล้วก็รู้สึกฝืนๆเหมือนกัน

มาดูเนื้อเรื่องกันดีกว่า

ตัวเอกของเรื่องนี้เป็นสตรีชั้นสูงของรัสเซีย อายุ 18 ปี ชื่อ อเล็กซี

ฉากเปิดของเรื่อง บอกว่าอเล็กซีถูกขังอยู่ในคุก และเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมเจ้าชายมิคาเอล คู่หมั้นของเธอ อเล็กซีได้รับความช่วยเหลือจากคนรับใช้ในบ้านตัวเองให้พาเธอหนีมาอยู่กับญาติห่างๆที่อังกฤษ เพื่อช่วยซ่อนเธอจากการตามล่าของเจ้าชายนิโคลัส พี่ชายของมิคาเอล ที่จะมาแก้แค้นให้น้องชาย
ฉากต่อมา ก็พูดถึงพระเอก (ถ้าเป็นในหนัง คงจะเป็นตำแหน่ง "ตัวละครสนับสนุนฝ่ายชาย")ที่ชื่อ พีท เป็นขุนนางผู้ร่ำรวยวัย 30 พร้อมลูกสาวติดมาคนหนึ่งชื่อเอ็มม่า วัย 15 ปี ส่วนภรรยาตายไปหลายปีแล้ว ญาติของอเล็กซีเป็นเพื่อนกับพีท และได้ขอร้องแกมยัดเยียดให้พีทรับอเล็กซีเป็นครูพี่เลี้ยง นัยว่าเพื่อซ่อนตัวอเล็กซีด้วย พีทก็ทนขอร้องไม่ไหวเลยยอมรับอเล็กซีให้มาอยู่ในฐานะครูพี่เลี้ยงของเอ็มม่า แน่นอนว่าพีทไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้นอกจากเป็นเพียงสาวรัสเซียตกยากผู้ลึกลับคนหนึ่งเท่านั้น

ถ้าใครเคยดูเรื่อง The sound of music แล้วละก็ จะรู้สึกว่าบรรยากาศในครึ่งแรก อ่านแล้วเหมือนลอกมาจากหนังเรื่องนี้ทั้งดุ้น ถ้าเปรียบอเล็กซีเป็นมาเรียแล้วละก็ พีทก็เป็นกัปตันฟอนแทร็ป ส่วนลูกๆ 7 คนของกัปตันก็เอามาย่อเหลือเป็นเอ็มม่าคนเดียว อ้อ เราต้องไม่ลืมตำแหน่งนางอิจฉาด้วย ซึ่งก็คือไอริส สาวไฮโซ คู่ขาคู่นอนของพีทนั่นเอง ส่วนเนื้อเรื่องก็เหมือนกันเป๊ะ พีทเริ่มสนใจในตัวครูพี่เลี้ยงลึกลับคนนี้ (ความสนใจรวมไปถึงความอยากทำอะไรต่อมิอะไรกับเจ้าหล่อนด้วย) เอ็มม่าก็ติดใจอเล็กซีและไม่ชอบขี้หน้าไอริส ซึ่งไอริสก็ตอบแทนด้วยการริษยาอเล็กซีอย่างออกหน้าออกตา

ตอนจบของครึ่งแรกเกิดขึ้นเมื่อพีทได้เปิดคฤหาสน์จัดงานเลี้ยงฤดูร้อน และไอริสได้เชิญหมอดูมาดูดวงให้แขกเหรื่อในงาน และได้ขอให้แม่หมอดูดวงให้กับอเล็กซีด้วย แม่หมอก็ดูแม่นซะเหลือเกิน บอกได้หมดว่าเธอมีอดีตที่ย่ำแย่ยังไง ซึ่งตอนนี้พีท (พร้อมกับคนอ่าน) ก็ได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของอเล็กซี และเรื่องราวที่เธอได้ประสบมา อเล็กซีบอกว่าเธอถูกกล่าวหาว่าได้ฆาตกรรมเจ้าชายมิคาเอลเพราะเป็นคนเดียวที่ถูกพบในที่เกิดเหตุ เธอถูกร่างไร้วิญญาณของมิคาเอลทับตัวอยู่ในขณะที่มีมีดเปื้อนเลือดอยู่ในมือของเธอ แต่เธอไม่สามารถโต้ตอบอะไรได้เลยเนื่องจากช้อคจากเหตุการณ์จนจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น หลังจากนั้นพีทก็ไล่ไอริสออกไปจากชีวิตอย่างไม่ไยดี และได้ป๊ะเทิ่งเทิ่งกับนางเอกตามสไตล์นิยายประเภทนี้

แล้วก็เข้าครึ่งหลัง ซึ่งก็เป็นการพูดถึงเนื้อเรื่องหลักอย่างจริงๆจังๆสักที (หลังจากพระเอกนางเอกได้ทำอะไรต่อมิอะไรไปถึงไหนต่อไหนแล้ว)

พีทกับอเล็กซีแต่งงานกันและย้ายมาอยู่คฤหาสน์ในลอนดอน ซึ่งข่าวลือก็เข้าหูเจ้าชายนิโคลัสให้ตามตัวหญิงสาวเจอจนได้ อเล็กซีถูกลักพาตัวกลับรัสเซียต่อหน้าต่อตาของเอ็มม่า เมื่อพีทรู้เข้าก็รีบตามไปทันที

เนื้อเรื่องช่วงนี้เริ่มอ่านสนุกแล้วล่ะ ไม่ใช่นิยายรักหวานเลี่ยนเอียนอ้วกแต่เป็นแนวบู๊แอ๊คชั่น เป็นการประชันบทบาทระหว่างชายหนุ่ม 2 คนคือพีทกับนิโคลัส
ช่วงแรกเราจะรู้ว่าพีทเป็นหนุ่มเจ้าเสน่ห์ ผิวสีแทน ตาฟ้า ผมดำ รูปหล่อกล้ามใหญ่ สาวเห็นสาวหลง อะไรประมาณนั้น ในขณะที่นิโคลัสมีผมสีน้ำตาล ตาสีเหลือง และมีรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ในหนังสือบรรยายหน้าตาของนิโคลัสในฉากเปิดตัวของเขาเอาไว้ว่างี้

ผู้ชายคนนี้มีผิวสีเหลืองอมน้ำตาล ผมสีแทนและอันตราย นัยน์ตาของหมาป่าสีเหลือง อเล็กซีจำเขาได้ดี เธอมองร่างสีทองของเขาที่อยู่ตรงทางเข้าร่านขายของ เขาช่างหล่อเหลา และเด็ดเดี่ยวเหมือนเทพแห่งความตาย.....
.....เขาแต่งกายด้วยชุดสีเข้ม คงเพื่อต้องการพรางความเป็นชาวต่างชาติของตัวเอง แต่ไปๆมาๆกลับทำให้ยิ่งเด่นเข้าไปอีก แสงอาทิตย์ขีดลายบนผมสีน้ำตาลของเขาเป็นริ้วๆ ใบหน้างดงามราวกับสลัก รูปร่างเหมือนสิงโตที่กลายร่างเป็นมนุษย์

ทำไมถึงอธิบายความหล่อเหลาของนิโคลัสมาซะขนาดนี้น่ะเหรอ เดี๋ยวจะบอก

ระหว่างที่โดนลักพาตัวมา อเล็กซีก็นึกเรื่องราวทั้งหมดออก เธอบอกนิโคลัสว่าคนที่ฆ่ามิคาเอลจริงๆแล้วคือผู้ว่าการรัฐ ที่เป็นชายชู้ของมิคาเอล.......

แฮ่ม...... ดูเนื้อเรื่องพิลึกๆใช่มะ จริงๆแล้วในเรื่องเขาบอกเอาไว้ว่ามิคาเอลเป็นพวกชอบไม้ป่าเดียวกัน พ่อแม่รู้เข้าก็กลุ้มใจเลยต้องการหาสาวมาแต่งงานด้วยเพื่อปกปิดสังคม แต่อเล็กซีไม่อยากแต่งงานด้วย วันเกิดเหตุ อเล็กซีไปหามิคาเอลเพื่อจะคุยเรื่องยกเลิกการแต่งงาน แต่ดันไปเห็นมิคาเอลทะเลาะกับผู้ว่าการรัฐ จนสุดท้ายด้วยพิษรักแรงหึง ผู้ว่าการก็แทงคอมิคาเอลดับดิ้น พร้อมโบ้ยความผิดให้กับอเล็กซีโดยเอามีดยัดใส่มือเจ้าหล่อนซะ

นิโคลัสไม่เชื่อ และจับอเล็กซีขังไว้ในบ้านตัวเองเมื่อถึงรัสเซีย พร้อมประกาศโทษประหารแก่ทางการ ส่วนพีทก็รีบเดินทางตามมาติดๆด้วยความเร็วสุดเว่อร์ และได้พบกับนิโคลัสที่บ้านของเขาได้อย่างโม้เหม็นมากๆ ซึ่งฉากนี้ก็เป็นการเจอหน้ากันครั้งแรกของหนุ่ม 2 คน แล้วก็เป็นฉากปะทะคารมอันดุเดือดซะด้วย

ยอมรับว่าลำเอียงมากๆที่ตัวเองแอบเชียร์นิโคลัสมากกว่า ด้วยหน้าตาที่อธิบายซะหล่อเริดแถมนิสัยยังดูลึกลับซับซ้อนมากกว่า รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมแบบนั้นสาวไหนได้เจอก็ละลายละวะ (ฮะๆๆๆ)

พีทค่อนขอดว่าเจ้าชายมิคาเอลนั่นมีค่าอะไรถึงต้องประหารอเล็กซีให้ได้ นิโคลัสบอกว่าเขาไม่สนว่าใครผิด เขาแค่อยากแก้แค้นให้น้องชายเท่านั้น พร้อมอธิบายปมสารพัดที่บอกว่าทำไมมิคาเอลถึงได้มีจิตวิตถารแบบนั้น พีทกับนิโคลัสบุกไปที่บ้านของผู้ว่าการรัฐเพื่อสอบถามความจริง แต่ยังที่ไม่ทันจะได้คุยอะไร ผู้ว่าการรัฐที่ตอนนั้นอยู่ในสภาพเมาแอ๋ก็สารภาพเองมาหมดเปลือกเอาง่ายๆซะอย่างนั้น แต่เอาเหอะ เรื่องมันจะได้จบๆ นิโคลัสพอได้รู้ความจริงก็รู้สึกผิดขึ้นมา เลยแสดงความเป็นลูกผู้ชายออกมาโดยขอโทษอเล็กซีตามแบบประเพณีโบราณ แล้วก็ช่วยพาอเล็กซีหนีออกจากรัสเซียอีกครั้ง

เป็นสุภาพบุรุษขนาดนี้จะไม่ให้แอบเชียร์ได้ไง อั๊ง~

ตอนจบของเรื่อง อเล็กซีกลับไปอยู่อังกฤษกับพีท จนกระทั่งวันหนึ่งได้ข่าวว่าผู้ว่าการรัฐ "ฆ่าตัวตาย" ด้วยยาพิษ ซึ่งหญิงสาวรู้ทันทีว่าเป็นฝีมือของนิโคลัส และรู้ด้วยว่านิโคลัสถูกทางการของรัสเซียเนรเทศออกนอกประเทศ หลังจากการทรมาณอย่างแสนสาหัสโทษฐานที่พานักโทษประหารหลบหนีไปได้ และสถานที่ที่นิโคลัสเลือกมาอยู่ก็ไม่ใช่อื่นไกลแต่เป็นลอนดอนนี่เอง แถมอยู่ในละแวกใกล้เคียงกับบ้านของอเล็กซีเสียด้วย

อเล็กซีไปเยี่ยมนิโคลัสที่อยู่ในสภาพปางตาย แล้วก็ไม่น่าเชื่อว่าเอ็มม่าจะโผล่มาแจมในฉากนี้ด้วย อเล็กซีไล่ให้เอ็มม่ากลับบ้าน แต่นิโคลัสกลับห้ามเอาไว้ (ด้วยความแปลกใจของอเล็กซีและคนอ่าน) เอ็มม่าพูดคุยกับนิโคลัสนิดหน่อย ก่อนจะเผ่นกลับบ้านไป อเล็กซีบอกว่าตัวเองเห็นนิโคลัสมีสภาพเปลี่ยนไปอย่างปุบปับ ซึ่งมีความหมายเป็นนัยๆถึงคนอ่านด้วยว่า เกิดซัมติ้งรองระหว่างนิโคลัสกับเอ็มม่าเข้าแล้ว

นิโคลัสแวะมาที่บ้านของอเล็กซี พร้อมกับเอาลูกเสือบาดเจ็บมาฝากเอ็มม่า ท่ามกลางความไม่พอใจอย่างมากของพีท แล้วเรื่องก็จบลงตรงนี้

เอาล่ะ อ่านจบแล้วก็วิจารณ์ล่ะนะ

ทางด้านเนื้อเรื่อง โดยรวมเนี่ย เดินเรื่องง่ายเกินไป หลวมเกินไป แต่ก็น่ะ เอาอะไรมากกับนิยายประเภทนี้ จุดเด่นมันอยู่ที่ฉากปั่มปั๊มต่างหาก
ก็ไม่รู้หรอกว่านิยายแบบนี้เขาจะทำอย่างว่ากันสักกี่ครั้ง แต่พระเอกนางเอกคู่นี้เนี่ย...... แทบจะทำอะไรๆกันได้ทุกเมื่อที่มีโอกาส และบทบรรยายก็ช่าง...... ช่าง...... เอ่อ..... จะว่าไงดี....... มันชัดเจน เห็นภาพ จินตนาการตามไปได้ว่าไปถึงไหนๆ แต่ก็ไม่โจ๋งครึ่มหรือหยาบกระด้างแบบเวบโป๊เขาบรรยายกัน แค่ใช้สัญลักษณ์ทดแทนนิดๆหน่อยๆก็พอทำให้คนอ่านจิ้นได้แล้ว (ซึ่งแค่นั้นก็พอแล้วล่ะ ถ้ามากกว่านี้ก็ม่ายหวาย~)
สาเหตุหนึ่งที่ไม่ค่อยชอบอีตาพีทนี่สักเท่าไหร่เพราะหมอนี่ปึ๋งปั๋งขึ้นมาได้แทบทุกครั้งที่เจอหน้าอเล็กซีน่ะสิ

อีกเรื่องที่รู้สึกชอบก็คือการบรรยายฉาก ในเรื่องนี้มีเวทีหลักๆอยู่ถึง 2 ประเทศคืออังกฤษและรัสเซีย จากบทสนทนาระหว่างตัวละครทำให้เราเห็นความแตกต่างระหว่าง 2 ประเทศนี้ได้ และการใช้ภาษาที่เรียบง่ายแต่ลื่นไหล ก็ทำให้อ่านไปได้เรื่อยๆเพลินๆโดยไม่รู้สึกอึดอัดเลยแล้วก็ต้องยอมรับฝีมือการแปลด้วยว่าทำได้ลื่นไหล กลมกลืน และเป็นธรรมชาติมากๆ น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้อ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษ ไม่งั้นคงจะได้มาศึกษาเรื่องสำนวนแปลเอาไว้ด้วยเหมือนกัน

2007/Feb/25



จับอิดนึ้ง

โก้วเล้ง : ประพันธ์
น. นพรัตน์ : แปล
สำนักพิมพ์สยามอินเตอร์คอมมิกส์
2 เล่มจบ
วิจารณ์ภาพรวม
ผลงานสุดแปลกประหลาดของมังกรโบราณโกวเล้ง จากเดิมที่เป็นนิยายก่อนแล้วจึงเป็นบทภาพยนต์ โกวเล้งกลับเขียนบทภาพยนต์ก่อนแล้วจึงตัดแปลงมาเป็นนิยายกำลังภายใน อาศัยการเดินเรื่องเร็ว บทบรรยายน้อย เนื้อเรื่องกระชับ(มาก) ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของการเขียนนิยายกำลังภายใน ยุครุ่งเรืองที่สุดของโกวเล้ง แม้ว่า"จับอิดนึ้ง" จะได้รับการชี้แจงจากโกวเล้งว่าเป็นเพียง"การทดลอง" สำหรับวิธีการเขียนแบบใหม่ แต่ก็สามารถแสดงถึงอัฉริยะในการสลัดทิ้งกรอบและภาพลักษณ์ ของนิยายกำลังภายในแบบเดิมได้

วิจารณ์เนื้อหา
เซียวจับอิดนึ้ง(น้องชายลำดับสิบเอ็ด) เป็นชื่อของจอมโจรที่ร้ายกาจและอำมหิตที่สุดแห่งยุค ชาติกำเนิดคลุมเครือ เพลงกระบี่ไม่แจ้งชัดผู้ที่ เคยพบหน้ามันแทบจะไม่เคยมีใครรอดชีวิต ซิมเปียะกุน คุณหนูตระกูลซิมผู้สูงศักดิ์ที่เริ่มตกต่ำ ชีวิตของนางเหมือนนกน้อยในกรงทอง แต่เพราะความงามเป็นที่ ต้องตาต้องใจของชายลึกลับ(อ๊าย อยากเฉลยจัง) ทำให้ต้องประสบชะตากรรมเลวร้ายของความเป็นจริง เซียวจับอิดนึ้งเป็นจอมโจรปล้นฆ่า มีคดีติดตัวมากมาย ทั้งทีท่ำเองและเป็นแพะ ก็เลยเผชิญกับการตามฆ่าอย่างไม่ลดละ แต่ใครจะเข้าใจความหมายของความโดดเดี่ยวของเค้าได้? หัวใจของเซียวจับอิดนึ้งได้พบกับความหมายของการมีชีวิต นอกจากการมีวันพรุ่งนี้ นั่นคือการปกป้องซิมเปียะกุน เพียงเพื่อนาง เซียวจับอิดนึ้งเผชิญหน้ากับความตายมากมาย ซิมแปะกุนก็เป็นเพียงหญิงสาวอ่อนโลกที่ไม่รู้จัก ความโหดร้ายของ"ความเป็นจริง" ถูกความดีของคนหลอกล่อซะจนลงมือทำร้ายเซียวจับอิดนึ้ง บทสรุปของความรักที่น่าเทิดทูน สะท้อนออกมาจากชีวิตรักอันปวดร้าวของโกวเล้ง

ความเห็นส่วนตัว
อาจเป็นความรู้สึกส่วนตัวและอุปทานที่ทุกครั้งที่หยิบนิยายของโกวเล้งจะได้กลิ่นเหล้าคละคลุ้งออกมา จุดหัเหครั้งนี้ ส่งผลต่อนิยายกำลังภายในยุคสุดท้ายของโกวเล้ง (เช่น "ดาวตก ผีเสื้อ กระบี่" ฯลฯ) ก่อนจะเสียชีวิตอย่างมาก ทุกเรื่องจะเดินเร็วบทบรรยายน้อย บทต่อสู้รุนแรงดุดัน และแฝงกลิ่นเหล้าหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ (เหมือนสหายในกระท่อมของเราคนนึงเลยเนอะ) งานคราวนี้ โกวเล้งลากไส้อันโสมมของความเป็น "วิญญูชน" ออกมาอย่างหมดสิ้น สะท้อนความเป็นจริงของทุกยุคสมัยว่า "ความเป็นคนอยู่ที่การกระทำลับหลัง ไม่ใช่เพราะเสียงเล่าอ้าง" วิญญูชนจอมปลอมสะท้อนภาพหน้ากากหลากหลาย รูปแบบของการใช้ชื่อเสียง หลอกลวงคนทั้งโลกได้อย่างยอดเยี่ยม อดไม่ได้ที่จะนึกถึง "กระบี่วิญญูชนงักปุกคุ้ง" จากกระบี่เย้ยยุทธจักรของกิมย้งไม่ได้ ไม่ใช่แค่ 1 แต่เกินครึ่งโหลเหล่าวิญญูชนจอมปลอมทั้งหลายจะออกมา วาดลวดลายสอนวิธีลวงโลกให้กับผู้อ่าน /me แค่อ่านก็เมาโดยไม่ต้องมี....(ใครซักคน)กินเหล้าเป็นเพื่อนเลย

edit @ 2007/02/25 08:05:13

2007/Feb/23

Review By Izabelle


ปีเตอร์ แพน
กับฝันร้ายแห่งเนฟเวอร์แลนด์
สำนักพิมพ์ แพรว เยาวชน
เจอรัลดีน มาค๊อกรัน : เขียน
เดวิด ไวแอ็ตต์ : ภาพประกอบ
สาธิตา ทรงวิทยา : แปล

มีอะไรบางอย่างผิดปกติในเนฟเวอร์แลนด์
ความฝันรั่วไหลออกไป ความฝันที่จริงอย่างน่าประหลาด
ปีเตอร์ แพน ต้องการความช่วยเหลือ
ถึงเวลาแล้วที่ต้องบินไปเนฟเวอร์แลนด์อีกครั้ง

แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปจนหมดสิ้น และบรรดาอันตรายที่พวกเขาพบที่นั่นก็เกินกว่าความฝันของพวกเขาเสียอีก...


ความเป็นมาของหนังสือ
เจ เอ็ม แบรี่ ผู้แต่งปีเตอร์ แพนผู้โด่งดังในปี 1904 ก่อนเขาจะได้ตายได้สร้างกุศลที่ยิ่งใหญที่สุดอยู่ครั้ง คือการยกลิขสิทธิ์ทุกประเภทเกี่ยวกับเรื่องปีเตอร์ แพน แก่มูลนิธิโรงพยาบาลเด็กเกรทออร์มอนด์สตรีทในปี 1926 ก่อนเขาจะเสียชีวิตในอีก 11 ปีต่อมา

จนกระทั่งในปีที่ครบรอบ 100 ปี ปีเตอร์ แพน ทางมูลนิธิได้จัดประกวดภาคต่ออย่างเป็นทางการของปีเตอร์ แพน เป็นครั้งแรก โดยมีเงื่อนไขว่า จะต้องรักษารูปแบบการเขียนและตัวละครหลักๆของเรื่องไว้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะจิตใจที่เป็น "เด็ก" ตลอดกาลของปีเตอร์ แพน


และนี่ คือภาคต่ออย่างเป็นทางการที่ผ่านการคัดเลือกมาได้
"ปีเตอร์ แพนกับ ฝันร้ายแห่งเนฟเวอร์แลนด์" โดย เจอรัลดีน มาค๊อกรัน


เนื้อเรื่องช่วงต้นโดยย่อ
วินดี่และบรรดาเด็กหลงที่เคยอยู่ในเนฟเวอร์แลนด์ ตอนนี้พวกเขาโตกันหมดแล้วในโลกแห่งความจริง ณ กรุงลอนดอน ต่างคนต่างก็มีครอบครัวของตนเอง

แต่แล้วความฝันแห่งเนฟเวอร์แลนดก็ตามมาสิงสู่พวกเขา ทุกคืนที่หลับเขาจะฝันเห็นแต่เนฟเวอร์แลนด์ ได้เล่นน้ำกะเหล่านางเงือก ได้พบกะพวกอีนเดียนแดง หรือผจญภัยไปตามบ่อบึง

ทว่า... มันไม่ใช่ความฝันที่ดีนัก เมื่อทุกครั้งที่พวกเขาตื่นขึ้นมา มักจะมีสิ่งของผิดแปลกที่ไม่ได้ตั้งใจติดมือมาด้วยทุกครั้ง หรือแม้แต่หากฝันถึงการเล่นน้ำกับเหล่านางเงือก ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เมื่อตื่นนอนขึ้นมา ชุดนอนของพวกเขาจะเปียกแฉะแค่ไหน

และมันเป็นอย่างนั้นทุกคืน หรือทุกวันเมื่อเขางีบหลับ

มีบางอย่างผิดปกติกับเนฟเวอร์แลนด์ และ ปีเตอร์ แพน เจ้าเด็กที่ไม่เคยโต และบินได้คนนั่น อาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือ

แต่มีแต่เด็กกับผงนางฟ้าเท่านั้นที่สามารถบินไปเนฟเวอร์แลนด์ได้ พวกเขาจะทำอย่างไรดี

แนวการเขียน
เราไม่เคยอ่านปีเตอร์ แพน ฉบับดั่งเดิมมาก่อน เลยไม่รู้ว่าเรื่องนี้คงความเป็นปีเตอร์มากแค่ไหน
แต่ที่แน่ๆ เป็นเรื่องนี้ใช้แรงจินตนาการในการอ่านสูงมาก เพราะหากจะคิดถึงเรื่องสมเหตุสมผลในเนฟเวอร์แลนด์ละก็ มันคงจะเหนื่อยพอๆกับปลูกต้นไม้ให้ขึ้นกลับหัวนั่นละมั้ง

ตั้งแต่ต้นเรื่องจนเกือบถึงกลางเล่ม เรียกได้ว่าต้องจินตนาการตามโลกเนฟเวอร์ในทัน พูดจริงๆคือเกือบจะโยนหนังสือเล่มนี้ทิ้งหลายรอบล่ะ =.=

พึ่งรู้สึกตัวว่าจินตนาการตัวเองไร้ความกว้างไกลอย่างแรงก็เพราะอ่านไอ้นี่แหละ ....

พอผ่านครึ่งหลังไป เนื้อเรื่องค่อยเป็นรูปเป็นร่างและพอจะทำให้นึกออกได้ในที่สุดว่า ไอ้คณะใหญ่ที่เดินทางมาเนฟเวอร์แลนด์เนี่ย มาทำอะไรกันแน่...... และพอจะเริ่มเดาสิ่งที่เกิดขึ้นได้บ้าง แต่สรุปแล้วมันก็ไม่ได้ตรงตามที่คิดนักหรอก...

ตัวร้ายกว่าจะโผล่หัว ไม่สิกว่าจะรู้ความว่าอะไรคือตัวร้ายตัวการของเรื่อง มันก็นานโข จนจะจบนู้นแหละ ดังนั้นเรื่องออกจึงเขียนในมุมมองเดียว เพราะไม่มีมุมตัวร้ายให้เห็น คณะปีเตอร์ เดินทางไปเรื่อยๆ
เหมือนนิยายเยาวชนผจญภัยที่เคยอ่าน

ข้อสังเกต
เก็บรายละเอียดของพวกตัวละครเก่าๆได้ดี เงื่อนไขที่วางปมไว้ก็ดูเรียบง่าย แต่มันก็แจ๋วจริงสมที่ผ่านงานประกวดมาได้

ข้อดี
เสริมสร้างจินตนาการ

ข้อเสีย

รู้สึกเหมือนแก่ลงเมื่อเริ่มตามเรื่องไม่ทัน......

คำเตือน

สำนวนอาจจะไม่เหมาะสำหรับคนที่ชอบอ่านเรื่องที่มีเหตุมีผลมากกว่านี้ หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่ตัวเลือกของท่านแน่นอน

สรุปแล้ว เป็นหนังสือที่พออ่านได้ระดับหนึ่ง หากใครยังชอบ ปีเตอร์ แพน ลองอ่านดูได้ แค่ใครที่คิดว่าแก่เกินไป ลองอ่าน "ปีเตอร์ กับนักจับดาว"เรื่องที่เรารีวิวไว้คราวที่แล้วดีกว่า อันนั้นดูมีเหตุผลกว่าเยอะ
แต่มันก็ยังเป็นเรื่องของเด็กที่บินได้และไม่มีวันโตอยู่ดีอะนะ ~ (- - )~


เฮ้อ วาเลนไทน์ช่างเงียบเหงา... กินไอติมปลอบใจก็ดะ -3-