Mitsuki

ข้อมูลจำเพาะ
ชื่อหนังสือ : หลง
ชื่อต้นฉบับ : Deal Breaker
แต่งโดย : ฮาร์ลาน โคเบน
แปลโดย : อริณี เมธเศรษฐ
สำนักพิมพ์ : แพรวสำนักพิมพ์
ISBN : 974-9916-34-4
ราคา : 235 บาท

รีวิวโดย : มิตสึกิ

หนังสือเล่มแรกในชุดนักสืบ ไมรอน โบลิทาร์
ไมรอน โบลิทาร์ มีอาชีพเป็น "ตัวแทนนักกีฬา" ว่าง่ายๆก็คือเป็นคนต่อรองเรื่องค่าตัวและผลประโยชน์อื่นๆกับเจ้าของทีมหรือสังกัด แทนที่นักกีฬาคนนั้นจะเจรจาเอง แต่ที่พิเศษคือลูกค้าของ ไมรอน โบลิทาร์ มักจะไปพัวพันกับคดีฆาตกรรมอยู่เนืองๆ ทำให้ไมรอนต้องออกโรงในฐานะนักสืบอีกทางหนึ่งด้วย
ตัวละครหลักในการเดินเรื่องตัวแรกก็คือพระเอก ไมรอน โบลิทาร์ พร้อมด้วยเลขาสาวชื่อ เอสเปอรันซ่า ที่มีอดีตเป็นถึงนักมวยปล้ำชื่อดังฉายา ลิตเติ้ล โพคาฮอนทัส และคู่หูลูกเศรษฐีชื่อ วิน (จริงๆแล้วชื่อ วินด์เซอร์ ฮอร์น ล้อควูด ที่สาม) ที่มีความสามารถด้านกีฬาเป็นเลิศ โดยเฉพาะวิชาเทควันโด้

"หลง" นิยายสืบสวนสอบสวนเล่มแรกในซีรี่ส์ของไมรอน โบลิทาร์ เป็นเรื่องของลูกค้านักอเมริกันฟุตบอลดาวรุ่งที่มีอนาคตไกล แต่บังเอิญว่าคู่หมั้นของเขาเกิดถูกฆาตกรรมเมื่อปีก่อนโดยเจ้านักฟุตบอลคนนี้ก็ดันตกเป็นผู้ต้องสงสัยหมายเลขหนึ่งไปซะได้ แล้วที่มันยิ่งอีรุงตุงนังก็คือ พี่สาวของคู่หมั้นก็เป็นแฟนกับไมรอน และพ่อของเธอก็เพิ่งถูกฆาตกรรมไปหยกๆด้วยเช่นกัน

*ด้วยความขี้เกียจ ขอข้ามเนื้อเรื่องไปส่วนวิจารณ์เลยละกันนะ

ปกหลังของหนังสือนี่มีคำวิจารณ์ โฆษณาชวนเชื่อ ไว้พอทำเนา แต่โดยส่วนตัวแล้วไม่ค่อยจะถูกใจสักเท่าไหร่แฮะ สาเหตุหนึ่งคงเพราะสำนวนแปลที่ค่อนข้างจะเล่นสำบัดสำนวนมากเกินไป บรรยากาศการด่าเสียดสีหรือกระแนะกระแหนกันก็อเมริกันจ๋าเสียเหลือเกิน มุขหลายๆมุขที่คนเขียนเอามาใช้ในหนังสือก็ช่างเป็นมุขภายในประเทศสิ้นดี จนทำให้คนนอกประเทศอย่างเรา อ่านไม่ได้สุนทรียรสสักเท่าไหร่นัก
ทางด้านการดำเนินเนื้อเรื่องก็สลับซับซ้อน แถมมีเนื้อเรื่องส่วนที่เป็นประเด็นรอง หรือจำพวกไซด์สตอรี่เข้ามาปนด้วย ทำให้ต้องอ่านพลิกไปหน้าเก่าๆหลายครั้ง ตัวละครมีจำนวนเยอะเกินไปก็ทำให้งงได้เหมือนกันว่าใครเป็นใคร ถ้าจะให้ชมก็มีอยู่เพียงอย่างเดียวคือความเร็วในการดำเนินเรื่อง แต่ก็นะ บางทีมันเร็วเกินไปจนบทจะจบก็สรุปประเด็นกันได้ดื้อๆเอาทีเดียว

ข้อมูลจำเพาะ
ชื่อหนังสือ :
สะดุดรักพี่เลี้ยงสาว
ชื่อต้นฉบับ : The Governess
แต่งโดย : เลสลี่ เค
แปลโดย : สุธาสินี
สำนักพิมพ์ : สำนักพิมพ์ฟองน้ำ
ISBN : 974-667-370-X
ราคา : 151 บาท

รีวิวโดย : มิตสึกิ

จะว่าไป มันก็เป็นเพียงนิยายรักน้ำเน่าของฝรั่งเท่านั้น ใครๆก็ต้องเคยเห็นหนังสือประเภทนี้วางขายอยู่ทั่วไป แต่ตัวเองก็ไม่เคยคิดจะหามาอ่านเลย จนกระทั่งมีเรื่องต้องไปตรังเพื่อเยี่ยมเพื่อนคนหนึ่ง ตอนว่างๆไม่มีไรทำก็เลยว่าจะหาหนังสืออ่านสักเล่ม แล้วก็เลือกส่งเดชจนหยิบเล่มนี้ติดมือมา

ถามว่าสนุกมั้ย อืม ก็ไม่ถึงกับไม่สนุก แต่เพราะมันไม่ใช่รสนิยมของตัวเอง บางครั้งอ่านแล้วก็รู้สึกฝืนๆเหมือนกัน

มาดูเนื้อเรื่องกันดีกว่า

ตัวเอกของเรื่องนี้เป็นสตรีชั้นสูงของรัสเซีย อายุ 18 ปี ชื่อ อเล็กซี

ฉากเปิดของเรื่อง บอกว่าอเล็กซีถูกขังอยู่ในคุก และเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมเจ้าชายมิคาเอล คู่หมั้นของเธอ อเล็กซีได้รับความช่วยเหลือจากคนรับใช้ในบ้านตัวเองให้พาเธอหนีมาอยู่กับญาติห่างๆที่อังกฤษ เพื่อช่วยซ่อนเธอจากการตามล่าของเจ้าชายนิโคลัส พี่ชายของมิคาเอล ที่จะมาแก้แค้นให้น้องชาย
ฉากต่อมา ก็พูดถึงพระเอก (ถ้าเป็นในหนัง คงจะเป็นตำแหน่ง "ตัวละครสนับสนุนฝ่ายชาย")ที่ชื่อ พีท เป็นขุนนางผู้ร่ำรวยวัย 30 พร้อมลูกสาวติดมาคนหนึ่งชื่อเอ็มม่า วัย 15 ปี ส่วนภรรยาตายไปหลายปีแล้ว ญาติของอเล็กซีเป็นเพื่อนกับพีท และได้ขอร้องแกมยัดเยียดให้พีทรับอเล็กซีเป็นครูพี่เลี้ยง นัยว่าเพื่อซ่อนตัวอเล็กซีด้วย พีทก็ทนขอร้องไม่ไหวเลยยอมรับอเล็กซีให้มาอยู่ในฐานะครูพี่เลี้ยงของเอ็มม่า แน่นอนว่าพีทไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้นอกจากเป็นเพียงสาวรัสเซียตกยากผู้ลึกลับคนหนึ่งเท่านั้น

ถ้าใครเคยดูเรื่อง The sound of music แล้วละก็ จะรู้สึกว่าบรรยากาศในครึ่งแรก อ่านแล้วเหมือนลอกมาจากหนังเรื่องนี้ทั้งดุ้น ถ้าเปรียบอเล็กซีเป็นมาเรียแล้วละก็ พีทก็เป็นกัปตันฟอนแทร็ป ส่วนลูกๆ 7 คนของกัปตันก็เอามาย่อเหลือเป็นเอ็มม่าคนเดียว อ้อ เราต้องไม่ลืมตำแหน่งนางอิจฉาด้วย ซึ่งก็คือไอริส สาวไฮโซ คู่ขาคู่นอนของพีทนั่นเอง ส่วนเนื้อเรื่องก็เหมือนกันเป๊ะ พีทเริ่มสนใจในตัวครูพี่เลี้ยงลึกลับคนนี้ (ความสนใจรวมไปถึงความอยากทำอะไรต่อมิอะไรกับเจ้าหล่อนด้วย) เอ็มม่าก็ติดใจอเล็กซีและไม่ชอบขี้หน้าไอริส ซึ่งไอริสก็ตอบแทนด้วยการริษยาอเล็กซีอย่างออกหน้าออกตา

ตอนจบของครึ่งแรกเกิดขึ้นเมื่อพีทได้เปิดคฤหาสน์จัดงานเลี้ยงฤดูร้อน และไอริสได้เชิญหมอดูมาดูดวงให้แขกเหรื่อในงาน และได้ขอให้แม่หมอดูดวงให้กับอเล็กซีด้วย แม่หมอก็ดูแม่นซะเหลือเกิน บอกได้หมดว่าเธอมีอดีตที่ย่ำแย่ยังไง ซึ่งตอนนี้พีท (พร้อมกับคนอ่าน) ก็ได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของอเล็กซี และเรื่องราวที่เธอได้ประสบมา อเล็กซีบอกว่าเธอถูกกล่าวหาว่าได้ฆาตกรรมเจ้าชายมิคาเอลเพราะเป็นคนเดียวที่ถูกพบในที่เกิดเหตุ เธอถูกร่างไร้วิญญาณของมิคาเอลทับตัวอยู่ในขณะที่มีมีดเปื้อนเลือดอยู่ในมือของเธอ แต่เธอไม่สามารถโต้ตอบอะไรได้เลยเนื่องจากช้อคจากเหตุการณ์จนจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น หลังจากนั้นพีทก็ไล่ไอริสออกไปจากชีวิตอย่างไม่ไยดี และได้ป๊ะเทิ่งเทิ่งกับนางเอกตามสไตล์นิยายประเภทนี้

แล้วก็เข้าครึ่งหลัง ซึ่งก็เป็นการพูดถึงเนื้อเรื่องหลักอย่างจริงๆจังๆสักที (หลังจากพระเอกนางเอกได้ทำอะไรต่อมิอะไรไปถึงไหนต่อไหนแล้ว)

พีทกับอเล็กซีแต่งงานกันและย้ายมาอยู่คฤหาสน์ในลอนดอน ซึ่งข่าวลือก็เข้าหูเจ้าชายนิโคลัสให้ตามตัวหญิงสาวเจอจนได้ อเล็กซีถูกลักพาตัวกลับรัสเซียต่อหน้าต่อตาของเอ็มม่า เมื่อพีทรู้เข้าก็รีบตามไปทันที

เนื้อเรื่องช่วงนี้เริ่มอ่านสนุกแล้วล่ะ ไม่ใช่นิยายรักหวานเลี่ยนเอียนอ้วกแต่เป็นแนวบู๊แอ๊คชั่น เป็นการประชันบทบาทระหว่างชายหนุ่ม 2 คนคือพีทกับนิโคลัส
ช่วงแรกเราจะรู้ว่าพีทเป็นหนุ่มเจ้าเสน่ห์ ผิวสีแทน ตาฟ้า ผมดำ รูปหล่อกล้ามใหญ่ สาวเห็นสาวหลง อะไรประมาณนั้น ในขณะที่นิโคลัสมีผมสีน้ำตาล ตาสีเหลือง และมีรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ในหนังสือบรรยายหน้าตาของนิโคลัสในฉากเปิดตัวของเขาเอาไว้ว่างี้

ผู้ชายคนนี้มีผิวสีเหลืองอมน้ำตาล ผมสีแทนและอันตราย นัยน์ตาของหมาป่าสีเหลือง อเล็กซีจำเขาได้ดี เธอมองร่างสีทองของเขาที่อยู่ตรงทางเข้าร่านขายของ เขาช่างหล่อเหลา และเด็ดเดี่ยวเหมือนเทพแห่งความตาย.....
.....เขาแต่งกายด้วยชุดสีเข้ม คงเพื่อต้องการพรางความเป็นชาวต่างชาติของตัวเอง แต่ไปๆมาๆกลับทำให้ยิ่งเด่นเข้าไปอีก แสงอาทิตย์ขีดลายบนผมสีน้ำตาลของเขาเป็นริ้วๆ ใบหน้างดงามราวกับสลัก รูปร่างเหมือนสิงโตที่กลายร่างเป็นมนุษย์

ทำไมถึงอธิบายความหล่อเหลาของนิโคลัสมาซะขนาดนี้น่ะเหรอ เดี๋ยวจะบอก

ระหว่างที่โดนลักพาตัวมา อเล็กซีก็นึกเรื่องราวทั้งหมดออก เธอบอกนิโคลัสว่าคนที่ฆ่ามิคาเอลจริงๆแล้วคือผู้ว่าการรัฐ ที่เป็นชายชู้ของมิคาเอล.......

แฮ่ม...... ดูเนื้อเรื่องพิลึกๆใช่มะ จริงๆแล้วในเรื่องเขาบอกเอาไว้ว่ามิคาเอลเป็นพวกชอบไม้ป่าเดียวกัน พ่อแม่รู้เข้าก็กลุ้มใจเลยต้องการหาสาวมาแต่งงานด้วยเพื่อปกปิดสังคม แต่อเล็กซีไม่อยากแต่งงานด้วย วันเกิดเหตุ อเล็กซีไปหามิคาเอลเพื่อจะคุยเรื่องยกเลิกการแต่งงาน แต่ดันไปเห็นมิคาเอลทะเลาะกับผู้ว่าการรัฐ จนสุดท้ายด้วยพิษรักแรงหึง ผู้ว่าการก็แทงคอมิคาเอลดับดิ้น พร้อมโบ้ยความผิดให้กับอเล็กซีโดยเอามีดยัดใส่มือเจ้าหล่อนซะ

นิโคลัสไม่เชื่อ และจับอเล็กซีขังไว้ในบ้านตัวเองเมื่อถึงรัสเซีย พร้อมประกาศโทษประหารแก่ทางการ ส่วนพีทก็รีบเดินทางตามมาติดๆด้วยความเร็วสุดเว่อร์ และได้พบกับนิโคลัสที่บ้านของเขาได้อย่างโม้เหม็นมากๆ ซึ่งฉากนี้ก็เป็นการเจอหน้ากันครั้งแรกของหนุ่ม 2 คน แล้วก็เป็นฉากปะทะคารมอันดุเดือดซะด้วย

ยอมรับว่าลำเอียงมากๆที่ตัวเองแอบเชียร์นิโคลัสมากกว่า ด้วยหน้าตาที่อธิบายซะหล่อเริดแถมนิสัยยังดูลึกลับซับซ้อนมากกว่า รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมแบบนั้นสาวไหนได้เจอก็ละลายละวะ (ฮะๆๆๆ)

พีทค่อนขอดว่าเจ้าชายมิคาเอลนั่นมีค่าอะไรถึงต้องประหารอเล็กซีให้ได้ นิโคลัสบอกว่าเขาไม่สนว่าใครผิด เขาแค่อยากแก้แค้นให้น้องชายเท่านั้น พร้อมอธิบายปมสารพัดที่บอกว่าทำไมมิคาเอลถึงได้มีจิตวิตถารแบบนั้น พีทกับนิโคลัสบุกไปที่บ้านของผู้ว่าการรัฐเพื่อสอบถามความจริง แต่ยังที่ไม่ทันจะได้คุยอะไร ผู้ว่าการรัฐที่ตอนนั้นอยู่ในสภาพเมาแอ๋ก็สารภาพเองมาหมดเปลือกเอาง่ายๆซะอย่างนั้น แต่เอาเหอะ เรื่องมันจะได้จบๆ นิโคลัสพอได้รู้ความจริงก็รู้สึกผิดขึ้นมา เลยแสดงความเป็นลูกผู้ชายออกมาโดยขอโทษอเล็กซีตามแบบประเพณีโบราณ แล้วก็ช่วยพาอเล็กซีหนีออกจากรัสเซียอีกครั้ง

เป็นสุภาพบุรุษขนาดนี้จะไม่ให้แอบเชียร์ได้ไง อั๊ง~

ตอนจบของเรื่อง อเล็กซีกลับไปอยู่อังกฤษกับพีท จนกระทั่งวันหนึ่งได้ข่าวว่าผู้ว่าการรัฐ "ฆ่าตัวตาย" ด้วยยาพิษ ซึ่งหญิงสาวรู้ทันทีว่าเป็นฝีมือของนิโคลัส และรู้ด้วยว่านิโคลัสถูกทางการของรัสเซียเนรเทศออกนอกประเทศ หลังจากการทรมาณอย่างแสนสาหัสโทษฐานที่พานักโทษประหารหลบหนีไปได้ และสถานที่ที่นิโคลัสเลือกมาอยู่ก็ไม่ใช่อื่นไกลแต่เป็นลอนดอนนี่เอง แถมอยู่ในละแวกใกล้เคียงกับบ้านของอเล็กซีเสียด้วย

อเล็กซีไปเยี่ยมนิโคลัสที่อยู่ในสภาพปางตาย แล้วก็ไม่น่าเชื่อว่าเอ็มม่าจะโผล่มาแจมในฉากนี้ด้วย อเล็กซีไล่ให้เอ็มม่ากลับบ้าน แต่นิโคลัสกลับห้ามเอาไว้ (ด้วยความแปลกใจของอเล็กซีและคนอ่าน) เอ็มม่าพูดคุยกับนิโคลัสนิดหน่อย ก่อนจะเผ่นกลับบ้านไป อเล็กซีบอกว่าตัวเองเห็นนิโคลัสมีสภาพเปลี่ยนไปอย่างปุบปับ ซึ่งมีความหมายเป็นนัยๆถึงคนอ่านด้วยว่า เกิดซัมติ้งรองระหว่างนิโคลัสกับเอ็มม่าเข้าแล้ว

นิโคลัสแวะมาที่บ้านของอเล็กซี พร้อมกับเอาลูกเสือบาดเจ็บมาฝากเอ็มม่า ท่ามกลางความไม่พอใจอย่างมากของพีท แล้วเรื่องก็จบลงตรงนี้

เอาล่ะ อ่านจบแล้วก็วิจารณ์ล่ะนะ

ทางด้านเนื้อเรื่อง โดยรวมเนี่ย เดินเรื่องง่ายเกินไป หลวมเกินไป แต่ก็น่ะ เอาอะไรมากกับนิยายประเภทนี้ จุดเด่นมันอยู่ที่ฉากปั่มปั๊มต่างหาก
ก็ไม่รู้หรอกว่านิยายแบบนี้เขาจะทำอย่างว่ากันสักกี่ครั้ง แต่พระเอกนางเอกคู่นี้เนี่ย...... แทบจะทำอะไรๆกันได้ทุกเมื่อที่มีโอกาส และบทบรรยายก็ช่าง...... ช่าง...... เอ่อ..... จะว่าไงดี....... มันชัดเจน เห็นภาพ จินตนาการตามไปได้ว่าไปถึงไหนๆ แต่ก็ไม่โจ๋งครึ่มหรือหยาบกระด้างแบบเวบโป๊เขาบรรยายกัน แค่ใช้สัญลักษณ์ทดแทนนิดๆหน่อยๆก็พอทำให้คนอ่านจิ้นได้แล้ว (ซึ่งแค่นั้นก็พอแล้วล่ะ ถ้ามากกว่านี้ก็ม่ายหวาย~)
สาเหตุหนึ่งที่ไม่ค่อยชอบอีตาพีทนี่สักเท่าไหร่เพราะหมอนี่ปึ๋งปั๋งขึ้นมาได้แทบทุกครั้งที่เจอหน้าอเล็กซีน่ะสิ

อีกเรื่องที่รู้สึกชอบก็คือการบรรยายฉาก ในเรื่องนี้มีเวทีหลักๆอยู่ถึง 2 ประเทศคืออังกฤษและรัสเซีย จากบทสนทนาระหว่างตัวละครทำให้เราเห็นความแตกต่างระหว่าง 2 ประเทศนี้ได้ และการใช้ภาษาที่เรียบง่ายแต่ลื่นไหล ก็ทำให้อ่านไปได้เรื่อยๆเพลินๆโดยไม่รู้สึกอึดอัดเลยแล้วก็ต้องยอมรับฝีมือการแปลด้วยว่าทำได้ลื่นไหล กลมกลืน และเป็นธรรมชาติมากๆ น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้อ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษ ไม่งั้นคงจะได้มาศึกษาเรื่องสำนวนแปลเอาไว้ด้วยเหมือนกัน

ข้อมูลจำเพาะ



ชื่อหนังสือ : ธรรมะรับอรุณ
โดย : ว. วชิรเมธี
ภาษาอังกฤษโดย : อริณี เมธเศรษฐ
ชุดธรรมะดลใจ ลำดับที่ ๑
สำนักพิมพ์ : สำนักพิมพ์อัมรินทร์
ISBN : 974-272-941-7
ราคา : 79 บาท



ชื่อหนังสือ : ธรรมะราตรี
โดย : ว. วชิรเมธี
ภาษาอังกฤษโดย : อริณี เมธเศรษฐ
ชุดธรรมะดลใจ ลำดับที่ ๒
สำนักพิมพ์ : สำนักพิมพ์อัมรินทร์
ISBN : 974-272-939-5
ราคา : 79 บาท

รีวิว โดย : Mitsuki

โดยปกติแล้วเป็นคนไม่สนใจอ่านหนังสือธรรมะ หรือหนังสือแนวให้กำลังใจแต่อย่างใด ก็ไม่ได้ไม่ชอบหรือแอนตี้อะไรหรอก แค่มันไม่ได้อยู่ในความสนใจจะหยิบมาอ่านเท่านั้นแหละ
แต่เพราะอะไรดลใจก็ไม่รู้ ถึงได้ลองหยิบหนังสือธรรมะเล่มเล็กเท่าฝ่ามือ ปกสีสวยๆ 2 เล่มนี้ขึ้นมาอ่านได้ พลิกๆไปดูด้านใน ที่คิดไว้แต่แรกว่าคงเป็นคำสอนยืดยาวมีที่มาที่ไปน่ารำคาญ ความจริงแล้วเนื้อหาแต่ละหน้ามีไม่ถึง 10 บรรทัด แล้วก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าข้อคิดเตือนใจ เตือนสติ ที่เรามักจะลืมอยู่บ่อยๆนั่นเอง

หนังสือชุดนี้แยกเป็น 2 เล่มคือ ธรรมะรับอรุณ กับ ธรรมะราตรี สรุปสั้นๆว่าอ่านธรรมะรับอรุณก่อนออกจากบ้าน เพื่อจะได้ทำงานอย่างราบรื่น และอ่านธรรมะราตรีก่อนนอน เพื่อจะได้นอนหลับฝันดี แต่คิดว่าถ้าจะหยิบมาอ่านเองก็คงไม่ต้องซีเรียสเรื่องจะอ่านตอนเช้ารึก่อนนอนหรอก ตอนไหนก็ได้เหมือนกันแหละถ้าอ่านแล้วเข้าใจน่ะนะ

เนื้อหาข้างในเป็นการเอาข้อความสั้นๆจากหนังสือธรรมะต่างๆ แต่ไม่ได้เกี่ยวกับศาสนาพุทธอย่างเดียว เพราะข้อความในหนังสือนั้นไม่ได้เกี่ยวอะไรกับศาสนาเลย

ยกตัวอย่างข้อความที่ชอบนะจากเล่ม ธรรมะรับอรุณ หน้า 23 ข้อความที่ ๖

หากแอ๊ปเปิ้ลที่อยู่ในมือมันช้ำเพียงบางส่วนแทนที่เธอจะโยนทิ้งไปทั้งหมด
เธอก็ควรจะเลือกเฉือนเอาด้านที่ช้ำนั้นออกเสีย
แล้วเลือกรับประทานส่วนที่ดี
เพียงแค่นี้เธอก็ได้ลิ้มโอชารสอันหอมหวาน มัน กรอบ อร่อย
ของแอ๊ปเปิ้ลลูกที่อยู่ในมือของเธอแล้ว
(ธรรมะหลับสบาย หน้า๖๖)

.
ธรรมะราตรี หน้า 45 ข้อความที่ ๑๖

คนที่ปล่อยตัวปล่อยใจให้เป็นทาสของความโกรธ
จิตใจย่อมไร้เมตตาการุณย์
มักกลายเป็นคนที่ถูกทิ้งให้อยู่เดียวดาย ไร้ทั้งญาติ ขาดทั้งมิตร
อุปมาเฉกเช่นพระสุริยันอันเริงแรงแสงฉาน
ที่แม้ก่อเกิดคุณูปการแก่โลกมากมาย
แต่ก็หามีดวงดาริกาใดๆสมัครใจคอยเฝ้าแหนเป็นบริวารไม่
(ธรรมะหลับสบาย หน้า๕๙ - ๖๐)

อ่านแล้วถูกใจก็เลยซื้อมาทั้ง 2 เล่มเลย สำหรับตัวเองที่เป็นคนคิดมาก แถมต้องทำงานร่วมกับคนหมู่มาก ปัญหาสารพัดทั้งเล็กทั้งใหญ่ตีกันวุ่นวายนั้น พอเห็นข้อความในหนังสือทั้ง 2 เล่มก็เหมือนได้กำลังใจ ได้ข้อคิดในการทำงานกับเพื่อนร่วมงานสารพัดแบบ

อย่างน้อยๆสำหรับคนที่กำลังว้าวุ่นกับงาน หรือมีเรื่องขัดอกขัดใจกับที่ทำงาน ลองเอามาอ่านดู อาจจะช่วยแก้ปัญหาไม่ได้ แต่คิดว่าเพียงทำให้ใจสงบลงได้ก็คุ้มค่าแล้วล่ะ