
อาร์ทีมิส ฟาวล์ เรื่องราวของหนุ่มน้อยอัจฉริยะจากปลายปากกาของ อีออยน์ โคลเฟอร์ และสำนวนการแปลของ ชมนารถ
อีออย์ เป็นนักเขียนชาวไอริช อาศัยพื้นเพจากบ้านเกิดที่เป็นหุบเขา เหมาะแก่การสร้างจินตนาการเกี่ยวกับภูติและเรื่องราวลึกลับมากมาย อีออย์สร้างสรรนิยายแฟนตาซีที่สอดรับกับวิทยาศาสตร์ได้อย่างน่าทึ่ง อาทีมิส ฟาวล์ ตั้งตามชื่อของตัวเอกในเรื่อง เป็นหนุ่มน้อยอัจฉริยะอายุยังไม่ถึงสิบห้า เด็กอัจฉริยะที่ล่วงรู้ว่าภูติและแฟรี่มีอยู่จริง
อาทีมิสประกาศหาข้อมูลเกี่ยวกับแฟรี่ทางเวปไซต์อยู่นานปี ก่อนจะล่วงรู้ความลับของแฟรี่และขโมยคัมภีร์ ของสำคัญที่เป็นเหมือนกุญแจแห่งพลังของแฟรี่มาได้ อาทีมิส ฟาล์ว อาศัยข้อมูลในคัมภีร์และความอัจฉริยะที่มี หลอกปั่นหัวตำรวจประจำเมืองใต้พิภพของแฟรี่จนอยู่หมัด ผู้กองฮอลลี่ ซอร์ต และผู้การรูท หัวหน้าหน่วยตำรวจเลพริคอน( หน่วยเลพ, หน่วยปฎิบัติการพิเศษคล้ายๆ SWAT) หัวกะทิของหน่วยตำรวจใต้โลกทั้งสองคนนี้ ร่วมมือกับเซนทอร์อัจฉริยะ โฟลลี่ คอยรับมือกับเด็กแสบอย่างอาทีมิส ฟาล์วได้สูสีและเท่าเทียม เรื่องราวพัฒนาไปสองเล่มก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะกลายเป็นมิตร และร่วมมือจัดการกับปัญหาใหญ่ทั้งของตระกูลฟาล์วและของเมืองแฟรี่ที่อยู่ใต้ดิน
อีออย์ เป็นนักเขียนฝีมือดีที่สามารถผสานเทคโนโลยีและเวทมนย์เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว อาทีมิส ฟาล์ว จึงเป็นส่วนผสมของนิยายแฟนตาซีผจญภัยกับนิยายไซไฟได้อย่างพอเหมาะ สมเหตุสมผลดีที่แฟรี่ครอบครองเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ากว่ามนุษย์เป็นร้อยปี ถ้าหากอยู่ร่วมโลกเดียวกันได้โดยที่มนุษย์ไม่อาจพบเจอ แฟรี่ก็จำเป็นต้องซ่อนตัวอยู่ใต้พิภพ อาศัยเทคโนโลยีและเวทมนต์ที่มี ดำรงชีวิตและคอยสอดแนมมนุษย์โลกอยู่ตลอดเวลา
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่เกินมันสมองของ อาทีมิส ฟาล์ว
อาทีมิส ฟาวล์ เด็กหนุ่มชาวไอริชทีอายุสิบสองปีในเล่มแรก และเติบโตขึ้นทุกปีในเล่มต่อๆมา ผิวสีซีด ท่าทางการแต่งตัวเป็นผู้ใหญ่เกินวัย ที่สำคัญ ฝีปากที่จัดจ้านจนไม่มีใครกล้าตอแย ด้วยไอคิวอัจฉริยะที่มี ฟาวล์น้อยถือดีและมั่นใจในตัวเองมาก ในเล่มแรก เด็กน้อยฟาวล์ยึดถือคติประจำตระกูลฟาวล์อย่างเคร่งครัด "ทองคำคืออำนาจ" และอาทีมิสไม่ปฎิเสธที่จะก่ออาชญากรรมใดๆเพื่อแลกกับทองคำมูลค่ามหาศาลที่เอล์ฟใต้โลกถือครองเอาไว้
บุคลิกของอาทีมิส ฟาวล์ เป็นผู้ร้ายเต็มตัว ภาพของผู้กองซอร์ตและผู้การรูทกลับกลายเป็นฝ่ายดีอย่างน่าประหลาด แต่สุดท้ายอีออย์ก็สามารถหาเหตุผลให้การกระทำต่างๆนานาของพระเอก(อาทีมิส ฟาวล์)ได้อย่างลงตัว นอกจากทองคำ ลึกๆแล้วฟาวล์ยังปราถนาจะให้ครอบครัวของเขากลับมาอยู่กันอย่างพร้อมหน้า เล่มแรกฟาล์วได้คุณแม่กลับมา เล่มที่สองเป็นคุณพ่อที่เขายึดถือเป็นแบบอย่าง ในเล่มที่สามและสี่ถึงเป็นการเพิ่มเติมมิตรภาพระหว่างฟาล์ว บัตเลอร์ และคู่กับของเขา ผู้กองซอร์ต และผู้การรูท นอกจากไอคิวอัจฉริยะเกินมนุษย์ อาทีมิส ฟาล์วก็เป็นเพียงเด็กธรรมดาคนหนึ่ง หากขาดบัตเลอร์ผู้คุ้มกันและคู่หู อาทีมิสคงทำอะไรไม่ได้มาก
บัตเลอร์เป็นคนคุ้มกันมืออาชีพ รูปร่างสูงใหญ่ที่ดูใกล้เคียงกับยักษ์หากมองจากสายตาของเอล์ฟ ผมตัดติดหนังหัวในทรงทหาร กล้ามเนื้อเป็นมัดๆที่สามารถสู้กับโทรลแบบตัวต่อตัว (โทรลถือเป็นสัตว์ดุร้ายและโง่ที่สุดในเรื่อง) บัตเลอร์ได้รับการฝึกสอนและถือเป็นมือดีที่สุดในงานคุ้มกัน บุคลิกแบบทหารที่มองหาแต่ความแน่นอนและปลอดภัย ดูขัดกับนิสัยกล้าได้กล้าเสียของนายน้อยอาทีมิสเป็นอย่างมาก บัตเลอร์จึงมักจะประสบปัญหาจากการเสี่ยงเดิมพันของอาทีมิส ฟาวล์อยู่เสมอ แต่ด้วยทักษะอันยอดเยี่ยมและกำลังกาย บัตเลอร์ก็ผ่านมาได้ทุกครั้ง
ภาพของบัตเลอร์ตรงกันข้ามกับอาทีมิสในหลายๆด้าน บัตเลอร์เป็นมือโปรด้านใช้กำลัง เชื่อถือลางสังหรณ์ของทหาร มองหาความปลอดภัยมากกว่าที่จะเสี่ยงเพื่อทองคำก้อนโต เมื่อจับคู่กับอาทีมิส ฟาวล์ เรื่องราวต่างๆจึงมักจะดำเนินไปได้ด้วยดี สายสัมพันธ์ที่แนบแน่นเกินกว่าเจ้านายและคนคุ้มกันผูกมัดบัตเลอร์เอาไว้ ในเล่มแรก เหตุผลของการคุ้มกันดูจะอ่อนเกินไป แต่หลังจากเนื้อหาดำเนินไปสองหรือสามเล่ม ความผูกพันที่เกิดจากการเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย น่าจะทำให้บัตเลอร์มองเจ้านายของเขาไม่ต่างไปจากญาติพี่น้องในครอบครัว ถึงทั้งคู่จะดูน่ากลัว แต่เหล่าแฟรี่ก็ยังคิดว่าบัตเลอร์น่าคบกว่าเจ้านายของเขามากนัก โดยเฉพาะในสายตาของหน่วยเลพอย่างผู้การรูท และผู้กองฮอลลี่
ฮอลลี่ ซอร์ต ผู้กองหญิงและผู้เคราะห์ร้ายคนแรกจากฝีมืออาทีมิส ในเล่มแรกฮอลลี่เป็นเหยื่อที่ถูกอาทีมิส ฟาวล์ ลักพาตัวเพื่อไปเรียกค่าไถ่เป็นทองคำจำนวนมหาศาล ผู้กองซอร์ตเป็นผู้ที่รู้จักเกือบจะทุกแง่มุมของอาทีมิส ซอร์ตเป็นเจ้าหน้าที่สังกัดหน่วยเลพ หน่วยงานที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเผ่าพันธ์หนึ่งในภูติมากมายหลายประเภท จริงๆแล้ว เลพริคอน ไม่ใช่ภูติตัวจิ๋วแต่งตัวเชยๆอย่างที่ชาวยุโรปวาดภาพเอาไว้ เลพเป็นหน่วยตำรวจที่ถือว่าเป็นมือดีที่สุด ฝึกโหดที่สุด และเป็นหน่วยงานที่มีสิทธิพิเศษมากที่สุด ปฎิบัติการอย่างอิสระเพื่อปกป้องเมืองเฮเว่น ปกป้องเมืองหลองใต้ดินของแฟรี่จากเงื้อมมือของมนุษย์
ผู้กองฮอลลี่ไม่ติดยึดกับกฎระเบียบมากนัก เป็นตำรวจประเภทที่ยิงก่อนถามทีหลัง สามารถปรับตัวและแผนการให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหัน ผู้กองฮอลลี่แทบจะได้บทตัวเอกในเล่มแรกๆก่อนจะพลิกมาเป็นผู้ช่วยเหลือ หลังจากที่อีออย์ให้เหตุผลในการก่อการของอาทีมิส ซอร์ตและผู้การรูท ก็ดูเหมือนจะกลายเป็นพระรองไปโดยปริยาย
ตัวละครในเรื่องมีเอกลักษณ์อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นอัจฉริยะอย่างอาทีมิส หรือโฟลลี่ เซนทอร์เจ้าของเทคโนโลยีเอล์ฟ บัตเลอร์และผู้การรูจ ทหารหาญของฝั่งมนุษย์และเอล์ฟ ผู้กองฮอลลี่ที่แทบจะลอกแบบมาจากตัวเอกในนิยายนักสืบ หรือจะเป็นมัลช์ ดิกกิ้น คนแคระที่มีความสามารถพิเศษถึงขั้นแปลกประหลาดอยู่หลายๆอย่าง
เหมือนกับหนังผจญภัยทั่วไป สิ่งที่ดี่ที่สุดมักจะอยู่ในตอนแรกเสมอๆ อาทีมิส ฟาวล์สนุกที่สุดในเล่มแรก ก่อนที่คนอ่านจะเริ่มจับทางได้และอ่านได้เร็วขึ้นในเล่มถัดๆมา ไอเดียสดใหม่ถูกใช้ในเล่มแรกเกือบหมด เล่มถัดมาจะเริ่มคลี่คลายปมปัญหาของตัวเอก สร้างความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร และสานต่อด้วยการแก้แค้นของตัวร้าย
เรื่องราวจะดำเนินไปได้ยาก ถ้าขาดการอธิบายเทคโนโลยีล้ำยุคของเซนทอร์โฟลลี่ หรือทักษะพิสดารของคนแคระอย่างมัลช์ ดิกกิ้นท์ ปัญหาบางอย่างในเล่มหลังๆถูกแก้ด้วยเทคโนโลยีที่เพิ่มเข้ามา หรือความสามารถพิเศษของคนแคระที่ไม่ได้พูดถึงในเล่มแรกๆ ถ้าหากอาทีมิส ฟาวล์มีต่อไปอีกซักห้าเล่ม โฟลลี่และมัลช์คงกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ไปโดยปริยาย ทั้งที่เป็นเรื่องราวของแฟรี่ แต่เวทมนต์ทีถูกอ้างถึงบ่อยๆมีเพียงการหยุดเวลาในเล่มแรก การสะกดจิตและการรักษาด้วยเวทมนต์ในเล่มถัดๆมา นอนนั้นจะเป็นเทคโนโลยีสุดยอดที่โฟลลี่จะคอยแนะนำคนอ่านอยู่เป็นระยะๆ
แต่ด้วยคำนำและคำว่า นิยายเยาวชน
อาทีมิส ฟาวล์ถือเป็นนิยายที่สนุก และมีแรงจูงใจในการอ่านสูงมาก เงื่อนงำและเรื่องราวในเล่มถูกคลี่คลายออกหน้าต่อหน้า เทคนิคและกลยุทธถูกใช้ไปเป็นสิบในช่วงไม่กี่หน้ากระดาษ เป็นลักษณะการเขียนที่สามารถดึงคนอ่านให้กางหนังสือได้ตลอดคืน เหมาะกับคนที่เหม็นเบื่อนิยายแฟนตาซีตามขนบเดิม และกำลังมองหาความน่าจะเป็นใหม่ๆในงานเขียนเพ้อฝันแนวนี้ คุณค่าในการอ่านซ้ำอาจจะน้อยไปบ้าง ถ้าหากรู้คำเฉลยจากการอ่านครั้งแรก แต่การติดตามความสัมพันธ์และเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ผู้เขียนสอดแทรกเอาไว้ ก็ช่วยให้อ่านซ้ำได้เรื่อยๆ
ทองคำคืออำนาจ... แต่อาทีมิสก็เลือกมิตรภาพในท้ายที่สุด...
Review : droid