2006/Dec/17

Review by Temp

รูปทั้งหมดใน Review นี้ได้มาจาก www.wowwiki.com

***UPDATE ข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับ Sundering และ Highbourne


WoW : World of Warcraft

Burning Crusade

World of Warcraft เป็นเกมออนไลน์แนว mmorpg ที่พัฒนาโดยบริษัท Blizzard บริษัทเกมชื่อดังที่พัฒนาสุดยอดเกมมาแล้วอย่าง Diablo, Starcraftและ Warcraft ซึ่ง WoW นี้ก็เป็นเกมที่อ้างอิงเนื้อเรื่องจากตำนาน Warcraft นั่นเอง

Review ที่ผมจะทำต่อไปนี้ เพื่อนำเสนอและวิจารณ์เผ่าใหม่ 2 เผ่าที่จะเข้ามาใน patch Burning Crusade ซึ่งก็เป็น 2 เผ่าที่ทำให้ผู้เล่น Warcraft ที่รู้เนื้อเรื่องดีมึนหัวไปตามๆกันว่ามันมาได้ยังไง.... ไม่ว่าจะเป็น Blood Elves ที่ดูแล้วไม่น่าจะเข้ากับฝ่าย Horde ได้ และ Draenei ที่หายสาปสูญไปเนิ่นนานจนไม่น่าจับมาเล่นได้

เพื่อตอบปัญหาคาใจนี้ ทางทีมเรื่องของ Blizzard ก็ได้สร้างเนื้อเรื่องที่หายไประหว่างช่วงหลัง Wc3 : Frozen Throne กับ WoW มาส่วนหนึ่ง เพื่อที่จะโยง Blood Elves และ Draenei เข้าสู่เนื้อเรื่องนั่นเอง


Blood Elves

:: ประวัติโดยสังเขป ::

Blood Elves ( จะขอย่อเป็น BE )แต่เดิมเป็นชนชั้นสูงในหมู่ Night Elves มีชื่อว่ากลุ่ม Highbourne ซึ่งเชี่ยวชาญในเวทย์มนตร์คาถายิ่งกว่ากลุ่มใดๆในหมู่ Elves ด้วยกันเอง วางตัวเป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่คอยรับใช้ราชินี Azsharaแต่เนื่องจากเวทย์มนตร์ของพวกเขาต้องใช้พลังจาก Well of Eternity ซึ่งเป็นการรบกวนสมดุลของโลก จึงถูกพวก Night Elves ด้วยกันเองมองในแง่ลบอยู่เสมอ จนเมื่อถึงจุดหนึ่ง พวก Highbourne ก็ได้กลายเป็นกลุ่มที่มีความกระหายต่อพลัง mana จนถอนตัวไม่ขึ้น

หลายร้อยปีต่อมา ราชินี Azsharaด้วยความกระหายในพลังเวทย์มนตร์ไร้ที่สิ้นสุด ได้สั่งพวก Highbourne ให้ล้วงลึกลงไปดึงพลังงานจาก Well ofEternity จนกระแส mana แผ่ผ่านห้วงอวกาศไปถึง Sargerasหรือผู้ทำลายล้างแห่งจักรวาลผู้ทำลายล้างเกิดความรู้สึกอยากครอบครองขึ้นมาทันใด จึงส่งกองทัพ Burning Legion เข้ามาบุกภิภพแห่ง Azeroth

เหล่า Night Elves นำโดย Malfurion Stormrage ได้ร่วมมือกันต่อสู้กับกองทัพปีศาจ พวก Highbourne บางกลุ่มยอมสวามิภักดิ์ต่อ Sargeras และยอมรับพลังแห่งการทำลายล้าง จนกลายสภาพเป็น Satyr

Malfurion และคนรักของเขา... Tyrande

จุดสิ้นสุดของสงคราม Malfurion นำทัพจนได้ชัยชนะ เกิดเหตุการณ์ Sundering ( Well of Eternity ถูกทำลายล้าง กลายสภาพเป็นวังวนพายุไม่จบไม่สิ้นขนาดมหึมา เรียกว่า Maelstorm) ราชินี Azsharaและผู้ติดตามของเธอถูกอิทธิพลจากเหตุการณ์นี้จนกลายสภาพเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีรูปร่างน่าเกลียดน่าแขยง อันเรียกว่า Nagaหล่อนและผู้ติดตามสร้างอาณาจักรขึ้นใหม่อาศัยอยู่ในใจกลาง Maelstorm มีชื่อว่า Nazjatar

พวก Highbourneที่หลงเหลืออยู่และรอดพ้นจากอิทธิพลของ Sunderingจึงถือโอกาสโยกย้ายถิ่นฐานไปดินแดนทางตะวันออกเพื่อก่อตั้งอาณาจักร Quel' Thalas แล้วเรียกพวกตนเองว่า High Elves ก่อตั้ง Sun Well และเปลี่ยนมาใช้ชีวิตในเวลากลางวันและกลางแจ้ง แทนที่จะอยู่ในมุมมืดของแสงจันทร์อย่างพวก Night Elves

Quel'thalas ใน Wc3

เมื่อเวลาผ่านไป สีผิวของพวกเขาก็เปลี่ยนมาเป็นสีเนื้ออย่างพวกมนุษย์ปกติ อย่างที่เห็นในปัจจุบัน พวก High Elves ส่วนหนึ่งเรียนรู้ในความผิดพลาดของตนในอดีต จึงใช้ Rune Stone จำกัดพลังเวทย์มนตร์ของตน และสวมชุดเกราะกักเก็บพลัง mana ( จนกลายเป็น Spell Breaker ใน Wc3 ) แต่ก็ยังมีอีกพวกหนึ่งที่ยึดถือหลักของ Highbourne ดั้งเดิม และยังคงฝึกฝนคาถาต้องห้าม สูบพลังจาก Sun Well และโหยหาพลังงานเวทย์มนตร์ไร้ที่สิ้นสุด

Blood Knight หญิง ของเผ่า Blood Elves

คงต้องนับเป็นเคราะห์ซ้ำกรรมซัดของ High Elves ที่ภายในช่วง Third War นั้น Arthus ได้นำกองทัพ Scourge เข้าทำลาย Quel' Thalas และยึด Sun Well ( เพื่อปลุก Kel' Thuzad ตามเนื้อเรื่องของ Warcraft 3 ) กว่า 9 ใน 10ของ High Elves ถูกฆ่าล้าง เมืองของพวกเขาถูกเผาทำลาย พวกที่เหลืออยู่เปลี่ยนชื่อเรียกเป็น Blood Elves และสาบานที่จะล้างแค้นให้เพื่อนร่วมสงครามให้ได้

หลังจากที่หมดสิ้นหนทางรอดชีวิตเพราะ Sun Well ถูกทำลาย เหล่า BE ทั้งหลายไม่มีแหล่ง mana ไว้ประทังชีวิตองค์ชาย Kael'thas จึงตัดสินใจรับความช่วยเหลือและคำแนะนำจาก Naga ซึ่งเป็นเหตุให้ถูกฝ่าย Alliance ขับไล่ไสส่ง

องค์ชาย Kael'thas

Kael'thas เดินทางไปกับเผ่า Naga ไปพบกับ Illidan ที่ Outland ผู้เสนอพลังเวทย์มนตร์ปีศาจไม่จำกัดให้แก่เขา แล้วร่วมเดินทางไปยัง Icecrown Glacier เพื่อจัดการกับ Lich King ( ช่วงสุดท้ายของ Wc3 : Frozen Throne ) ทว่าแผนการของพวกเขาถูกทำลายลงสิ้นโดย Arthus (อีกแล้ว...) ที่เล่นงาน Illidan จนบาดเจ็บสาหัส และเข้ารวมเป็นหนึ่งเดียวกับ Lich King

ท้ายที่สุดแล้ว BE ก็ถูกแยกออกเป็นสองกลุ่ม พวกหนึ่งติดตาม Kael'thas และอาศัยอยู่ใน Tempest Keep ใน Outland และอีกพวกหนึ่งยังคงอยู่ในดินแดนเก่า คอยฟื้นฟูเมือง Silvermoon และอาณาจักร Quel'thalas จนได้เป็นสภาพเหมือนใน WoW : Burning Crusade ปัจจุบัน

สถานภาพของ BE ในหมู่ Horde ตอนนี้ค่อนข้างไม่เป็นที่ไว้วางใจ ในขณะที่ Orc และ Tauren พอจะเข้าใจพวกเขาบ้างเล็กน้อย ( เนื่องจาก Orc เข้าใจว่าการถูกพลัง mana ครอบงำเป็นอย่างไร เพราะมันเป็นเรื่องที่พวกเขาเคยประสบมาแล้วจาก Gul'dan และ Tauren ก็เออออตาม Orc ไปอยู่แล้ว ) พวก Troll นั้นดูไม่ค่อยชอบขี้หน้า BE ซักเท่าไหร่ เนื่องจาก Elf และ Troll เป็นศัตูคู่อาฆาตกันมาช้านาน จะมีก็แต่พวก Forsakens ( Undead ) ที่มี Sylvanas Windrunner เป็นผู้นำเท่านั้นที่ยอมช่วยเหลือพวก BE อย่างเต็มใจ ถึงแม้เหล่า BE จะไม่ไว้ใจพวกเขาเท่าไรนักก็ตาม

เมือง Silvermoon แสนงามถูกบูรณะขึ้นใหม่ในช่วงระหว่าง Wc3 : TFT กับ WoW ซึ่งก่อนหน้านั้นเป็นเมืองร้างที่เรียกว่า Ghostland มีวิญญาณร้ายมากมายอาศัยอยู่ ส่วนรายละเอียดเรื่องการกำจัดผีและทำยังไงถึงสร้าง Silvermoon ขึ้นมาได้ใหม่นี้ ทาง Blizzard ยังคงไม่เปิดเผย คิดว่าอาจจะถูกนำเสนอในรูปแบบของ Wc3 patch ใหม่เข้าซักวัน

Silvermoon ใน WoW... สวยสดงดงามจนลานตา




Draenei


( อ่านว่า ดรา-นาย )

:: ประวัติโดยสังเขป ::

นับย้อนไปเมื่อ 25000 ปีก่อน บนภิภพ Argus เผ่าพันธุ์ทรงเวทย์ที่สุดในจักรวาลนาม Eredar ได้ถือกำเนิดขึ้น พวกเขาก่อร่างสร้างเมืองและฝึกฝนพลังอาคมที่ได้จากพรสวรรค์โดยกำเนิดจนเชี่ยวชาญ

Eredar เผ่าพันธุ์ทรงเวทย์แห่งจักวาล

ณ จุดอิ่มตัวของพัฒนาการ สามผู้นำแห่งเหล่า Eredar ได้แก่ Kil'jaeden Archimonde และ Velen ได้รับการติดต่อจาก Sargeras ผู้ทำลายล้างแห่งจักรวาล ( อีนี่อีกแล้วอ่ะ ) Sargeras เสนอพลังเวทย์มนตร์ อำนาจ และความรู้มากมายมหาศาลที่เหล่า Eredar จะได้รับ เพียงถ้าตกลงรับเงื่อนไขสวามิภักดิ์ต่อผู้ทำลายล้าง Kil'jaeden และ Archimonde ยินดีรับข้อเสนอโดยทันที ในขณะที่ Velen นั้นดูจะรู้สึกได้ถึงลางหายนะจาก Sargeras

Kil'jaeden และArchimonde

แน่นอน ลางสังหรณ์ของ Velen ไม่ผิดเพี้ยน ผู้ทำลายล้างแห่งจักวาลจัดการเปลี่ยนเผ่าพันธุ์ Eredar ให้กลายเป็นเผ่าพันธุ์ที่ซึมซับในพลัง mana ชั่วร้าย และเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพ Burning Legion ในเวลาไม่ช้านาน

Velen ใน WoW


เมื่อความขัดแข้งทางความคิดระหว่าง Velen และพวกพ้องเติบโตขึ้นจนถึงจุดระเบิด เผ่าพันธุ์แห่งแสงสว่าง Naaru wด้เข้ามาติดต่อ และให้พลังความรู้และสัญญาจะนำพา Velen และเหล่า Eredar ที่เห็นดีด้วยหลบหนีไปจากกองทัพ Burning Legion

Velen เปลี่ยนชื่อเรียกพวกตนเองเป็น Draenei หรือ " ผู้ถูกขับไล่ "ในภาษาดรานาย แล้วใช้ปราการข้ามภิภพ Tempest Keep อันเป็นเทคโนโลยีของพวก Naaru ชั้นสูง สามารถเทเลพอร์ธข้ามผ่านห้วงมิติได้ หลบหนีออกมาจากดาว Argus สำเร็จ เผ่าพันธุ์แห่งแสงจึงถ่ายเทพลังบริสุทธิปราศจากอำนาจมืดของ Sargeras ให้แก่พวกเขา จนกระทั่ง Draenei ได้เปลี่ยนรูปลักษณ์จนเป็นดังที่เห็นในปัจจุบัน

Naaru เทพแห่งแสง

Draenei Paladin ถึกล่ำเท่บาดใจ

ในที่สุดหลังจากค้นหามานานหลายพันปี Velen และพวกพ้องของเขาก็ค้นพบดาวที่เหล่า Draenei จะอาศัยอยู่ได้อย่างสงบสุข พวกเขาตั้งชื่อดาวดวงนั้นว่า Draenor และเจริญสัมพันธไมตรีเป็นอย่างดีกับเผ่าพันธุ์เรียบง่ายที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นก่อนแล้ว หรือก็คือ Orc ที่ทุกท่านคุ้นเคยนั่นเอง (จุดนี้เองที่ทำให้ Orc ถูกเรียกเป็น " มนุษย์ต่างดาว " )

เป็นเรื่องธรรมดาของโลกที่คนดีมักจะรันทด ในระหว่างที่ Kil'jaeden กำลังตามหาขุมกำลังมาเสริมความแข็งแกร่งของกองทัพ เขาก็ค้นพบภิภพ Draenor เข้าโดยบังเอิญ ทว่าอสูรแห่งการทำลายล้างมิได้นำทัพเข้าเล่นงาน Draenei ในทันที เนื่องจากเขารู้สึกถูกอกถูกใจพวก Orc ที่ดูโน้มน้าวง่าย และเป็นเผ่าพันธุ์นักสู้อย่างที่เขาต้องการ

Kil'jaeden เริ่มต้นแผนการชักจูงโดยการเข้าพบ Ner'zhul หรือ Shaman ที่เก่งกาจที่สุดในหมู่ Orc ขณะนั้น Ner'zhul ยอมรับข้อเสนอของ Kil'jaeden ในการทำลายล้างพวก Draenei แลกกับพลังอำนาจเวทย์มนตร์ที่แก่กล้ายิ่งขึ้น

เวลาผ่านไป Kil'jaeden ใช้อำนาจผ่าน Ner'zhul ในการเปลี่ยนพวก Orc ให้กลายเป็นเผ่าพันธุ์กระหายสงครามอย่างลับๆ ในขณะที่ Ner'zhul เริ่มจะระแคะระคายการล้างสมองอย่างสมบูรณ์แบบของอสูรร้ายตนนี้ เขากลัวว่าสักวันหนึ่งพวก Orc ทั้งหมดรวมทั้งตัวเขาเองจะถูกนำพาไปสู่ความล่มจมในสงครามอย่างไม่เสียดายตัวหมากไร้ค่าภายใต้น้ำมือของSargeras

โชคไม่ดีที่ผู้ร้ายกลับใจไม่ทันเวลา Kil'jaeden พอจะคาดเดาท่าทีของ Ner'zhul ออก แล้วซ้อนแผนโดยการใช้ศิษย์เอกของ Ner'zhul ซึ่งก็คือ Gul'dan ที่ถอดนิสัยโลภโมโทสันกระหายพลังของอาจารย์เขามาจนหมด แล้วทวีความรุนแรงของความโลภจนหน้ามืดตามัวขึ้นไปอีก Gul'dan จึงกลายเป็นหุ่นที่ง่ายที่สุดต่อการชักใย ไม่นาน Ner'zhul ก็ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังอย่างไม่ได้รับการเหลียวแล

Gul'dan ใน WCIII

Gul'dan ถูกผลักขึ้นเป็นจอมขมังเวทย์ซึ่งไม่ใช่ Eredar ที่เก่งกาจที่สุดในจักรวาล เขาก่อตั้งกลุ่ม Shadow Council ผู้ฝึกฝนอาคมดำต้องห้ามอันทรงพลัง มากมายพอที่จะกำจัดพวกทรยศ Draenei ออกไปจากประวัติศาสตร์

สงครามระหว่างพวก Orc ที่ถูกชักนำอยู่เบื้องหลังและเหล่าผู้ลี้ภัย Draenei ยืดเยื้อนานถึง 8 ปี จนในที่สุดกลุ่มผู้ทรยศแห่ง Eredar ก็ต้านทานความบ้าคลั่งและจำนวนมหาศาลของ Orc ไม่ไหว พวกเขาถูกฆ่าล้างไปกว่า 8 ใน 10 ส่วน พวกที่หลงเหลืออยู่อพยพไปหลบซ่อนอยู่ที่เกาะลอยในมุมมืดของ Draenor ในขณะที่บางส่วนถูกผลข้างเคียงรุนแรงของอาคมดำจาก Shadow Council จนกลายพันธุ์ (หรือวิวัฒนาการย้อนหลัง) ไปเป็นพวก The Broken ดวงดาว Draenor ถูกผลกระทบของสงครามแปรเปลี่ยนเป็นดวงดาวแห่งความมืดดำที่ถูกเรียกว่า Outland

แผนผังการวิวัฒนาการของ Draenei

หลังจากถูกทิ้งอยู่เบื้องหลังความเป็นไปของโลกมาช้านาน หลังจากสงครามครั้งยิ่งใหญ่ระหว่าง Burning Legion และชาติพันธุ์แห่งภิภพ Azeroth ดำเนินไประยะใหญ่ พวก Draenei ที่หลงเหลือก็ถูกคุกคามโดยกลุ่ม Blood Elves ของ Kael'thas และ Illidan จนต้องอพยพ (อีกแล้ว...) หลบหนีอย่างทุกลักทุเลด้วยการลอบขโมย 1 ใน 4 ปีกของ Tempest Keep หรือที่เรียกว่า Exodar ออกมาจาก Draenor

Velen และเหล่า Draenei ที่รอดชีวิตสูญเสียการควบคุมของ Exodar ไประหว่างการหลบหนี ต้องดับเครื่องร่อนลงที่ Azuremist Isle และเข้าร่วมกองกำลัง Alliance ในการต่อสู้กับกองทัพ Horde ใน WoW:Burning Crusade ต่อไป

ซาก Exodar ที่หมดสภาพการใช้งานแล้ว เป็นเมืองเริ่มของ Draenei ใน WoW


จบกันไปแล้ว สำหรับเนื้อหาของ BE และ ดนัย (ที่ดูเหมือนสารคดีชีวประวัติเผ่าพันธุ์มากกว่า review... )

ต่อไปนี้จะเป็นช่วงบ่นๆสไตล์ฟ้าๆ ถึงความรู้สึกที่มีให้กับเนื้อเรื่องของ Warcraft โดยรวม

ก่อนอื่นขอกล่าวถึงหมอนี่ก่อนดีกว่า ต้นตอที่ทำให้เนื้อเรื่องของ Wc3 ซับซ้อนทั้งหมดเลย

Lich King

ลิชคิงเป็นใคร? ต่างจาก Lich ปกติตรงไหน? เป็นราชาในเหล่า Lich? เป็นชื่อราชา?

คงเป็นคำถามแรกๆที่ผุดขึ้นมาในหัวของหลายๆคนเมื่อเล่น Wc3 : TFT ไปได้ซักพัก เพราะตัว Lich King นี่จู่ๆก็ถูกยกขึ้นมากล่าวเป็นมหาอำนาจ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้มีการปูเรื่องนำมาก่อนเลยว่ามันคือตัวอะไรกันแน่ เหมือนกับว่าจู่ๆ Lich King ก็ถูกเสกขึ้นมาเป็นนายเหนือเหล่า Undead ทั้งปวงซะอย่างนั้น?

ก็... ไม่ผิดหรอกครับ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ

ตัวตนมืดดำของ Lich King นั้นคงจะทำให้หลายๆคนช็อคสติกระเจิงไปบ้างเมื่อ Blizzard เปิดเผยข้อมูลออกมาในทีแรก

ภายหลังจากที่ Gul'dan ก่อตั้ง Shadow Council แล้วเปิด Portal เข้าโหมบุกภิภพ Azeroth ได้ซักพัก Ner'zhul ก็รวบรวมพรรคพวกที่ยังคงมีแนวคิดเช่นเดียวกับตนข้ามผ่านมิติตามไปด้วยเพื่อหาหนทางทำอะไรซักอย่างเพื่อความอยู่รอดของเหล่า Orc แต่ก็ยังไม่รอดพ้นเงื้อมมือของเจ้าตัวแสบ Kil'jaeden ที่พบตัวเขาในห้วงมิตินั้นเอง

Kil'jaeden ใช้พลังสลายร่างของ Ner'zhul ออกเป็นเสี่ยง แล้วกักขังจิตวิญญาณของเขาเอาไว้ในชุดเกราะกันอาคมว่างเปล่า ตั้งบัลลังก์ให้ที่สุดขอบดินแดนน้ำแข็ง Icecrown Glacier แต่งตั้ง Ner'zhul ที่ไร้ร่างกายเอาไว้เป็นสื่อควบคุมเหล่า Undead ทั้งมวลบนดวงดาว Azeroth

ใช่แล้วครับ Lich King เคยเป็น Orc Shaman มาก่อนนั่นเอง ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับ Lich หรือ Undead เลยแม้แต่น้อย...

ท้ายที่สุดแล้ว Lich King เองที่ต้องการแก้แค้น Kil'jaeden ก็ทำสำเร็จ เขาวางแผนซ้อนแผนของ Kil'jaeden มาตั้งแต่ต้น ดึงดูด Arthus ด้วยความแค้นเคืองจนกลายเป็นความกระหายเลือด เปลี่ยนเขาให้กลายเป็น Death Knight ล่อลวง Kil'jaeden ให้ดูเหมือนเป็นการเพิ่มพลังอำนาจแก่เหล่า Scourge แต่จุดจบของเรื่องราวทั้งหมดก็คือ Arthus เข้ามารับพลังของ Lich King แล้วรวมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน บัดนี้ Kil'jaeden ไม่สามารถควบคุมพวกเขาได้อีกต่อไป

Lich King คงจะเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่เคลื่อนไหวทุกเผ่าพันธุ์บน Azeroth ใน Wc3 อย่างไรก็ดี นับตั้งแต่สิ้นสุด Frozen Throne มาจนถึง Burning Crusade แล้วก็ยังคาดเดาไม่ได้ว่า Lich King + Arthus ฟิวชั่นกันนี้มันจะลงมือเคลื่อนไหวตรงไหนต่อไป ไม่รู้ว่า Blizzard วางแผนอะไรอยู่

หรืออาจจะเป็นเพราะ Blizzard ตันมุขก็ได้?

เมื่อก่อน... ตอนที่ผมยังเป็นเด็ก ยังอ่านนิยายไม่เยอะ ตอนที่ผมไล่อ่านเนื้อเรื่องของ Starcraft และ Warcraft ยุคแรกๆ ผมเคยคิดว่ามันช่างยิ่งใหญ่เสียเหลือเกิน ไม่รู้ว่าคนแต่งเรื่องทำเรื่องราวซับซ้อนและหนักด้วยรายละเอียดมากขนาดนี้ได้ยังไง แต่มาจนถึงปัจจุบัน หลังจากที่ชีวิตผ่านอะไรมาเยอะพอสมควร ผมกลับพบว่ามันดูด้อยค่าลง

มุขดำเนินเรื่องของBlizzard ไม่ได้ซับซ้อนมากมายอย่างที่เห็น หากแต่เป็นรายละเอียดร้อยพันหมื่นแสนล้านนี่ต่างหาก ที่ทำให้มันดูลึกล้ำ ลองพิจารณากันดูดีๆ ความสัมพันธุ์ของตัวละครแต่ละตัวค่อนข้างเป็นไปในลักษณะของขาวและดำ คือตรงๆ ไม่มีเบ้เฉไฉ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงความคิดเพราะความสัมพันธ์ซับซ้อน

ลองนึกดูดีๆ... มุขของ Wc มีแต่อะไรพื้นๆทั้งนั้น การฆ่าล้างแล้วต้องล้างแค้น ทรยศหักหลังกันไปมา การแสดงฝีมือการต่อสู้แล้วเป็นที่ยอมรับ ความบ้าอำนาจ บ้าพลัง กระหายสงคราม

จริงๆผมก็เพิ่งค้นพบว่านิยาย medieval fantasy ส่วนใหญ่มักจะลงเอยในรูปแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็น Dragon Lance, LOTR, หรืออะไรก็ตามที

นิยายของฝรั่งจะสุดยอดในเรื่องของการคุมบุคลิกตัวละคร ตัวไหนเป็นแบบไหนก็จะแน่นอยู่แบบนั้น (จนกว่าจะมี event ให้เปลี่ยนแปลง) แล้วการดำเนินเรื่องก็จะเป็นไปอย่างราบรื่น ใช้วัตถุเป็นตัวหักเหทิศทางของเนื้อเรื่อง แทนที่จะใช้ความสัมพันธ์ซับซ้อนระหว่างจิตใจตัวละครที่เติบโตได้มาเบนเรื่องแทนอย่างนิยาย,การ์ตูนญี่ปุ่น

จะว่าดีมันก็ดี จะว่าไม่ดีมันก็ไม่ดี เรื่องแบบนี้คงต้องนานาจิตตัง

อีกหนึ่งจุดสำคัญที่ทำให้นิยาย medieval fantasy ฝรั่งต้องดำเนินเรื่องแบบนี้ไปทั้งหมด คงเกี่ยวข้องกับรูปแบบสังคมของฝรั่งเขาด้วย

คงพอจะรู้ๆกันอยู่ว่าฝรั่งส่วนใหญ่มีความคิดอ่านค่อนข้างจะสุดโต่ง... ดังนั้นพวกที่เล่นเกม, อ่านนิยาย fantasy พวกนี้คงไม่เข้าใจเรื่องบุคลิกและความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครที่ซับซ้อนแบบของญี่ปุ่นหรอก จริงไหมครับ? โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความรักนี่ยิ่งแล้วใหญ่ เห็นได้ชัดจากที่ Wc เองก็มีคู่รักที่กล่าวถึงอยู่เพียงคู่เดียว คือ Malfurion - Tyrande ( และ Illidan ที่เป็น กขค. ) ทั้งๆที่ในเรื่องน่าจะเล่นได้อีกเป็นสิบๆคู่ด้วยซ้ำไป

สำหรับฝรั่งอาจจะคิดแค่ว่า " ให้คนเล่นรู้กันก็พอว่ามันเป็นคู่รัก มันมีความรักต่อกัน "เพราะเป็นวิธีง่ายๆที่จะโยง Tyrande เข้ากับสงครามที่ผู้หญิงไม่ควรจะยุ่งเกี่ยวอยู่แล้วก็เป็นได้

อีกหนึ่งข้อสังเกตุเพื่อสนับสนุนแนวคิดนี้ก็คือ " Wc3 ไม่เคยใช้มุขสาวงามเริงเมือง หรือศึกชิงนางเลยซักครั้ง " อาจเป็นเพราะถึงจะใช้มุขแบบนี้ไป ฝรั่งส่วนใหญ่ก็อาจจะไม่เก็ทอยู่ดีว่าทำไมต้องชิงนางกัน ผู้หญิงในโลกมีอีกเป็นร้อย...

จริงๆแล้ว Blizzard พลาดไปในหลายๆส่วนเกี่ยวกับเนื้อเรื่อง อย่าง WoW นี่เห็นได้ชัดเลยว่าจงใจเบนเนื้อเรื่องให้เล่นเกมสนุก ยืนยันกันได้ด้วย Illidan ที่น่าจะตายหะไปตั้งกะปีมะโว้ แต่ก็ถูกขุดขึ้นมามีตัวตนให้รอดชีวิตกันได้อีก นั่นก็เพราะ Illidan ยังคงเป็นพระเอก เป็นตัวละครที่เท่ที่สุดในใจของหลายๆคนที่เล่น Wc3 อยู่นั่นเอง และพวกเขาก็ฝันที่จะได้เห็น Illidan โลดแล่นอยู่ในโลกของ WoW ซักวัน ซึ่งใน Burning Crusade นี้ก็คงจะได้เห็นกันแล้ว เพราะมันรอด... ซะงั้น.... ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ยังนั่งยันนอนยันอยู่เลยว่า Illidan โดน Arthus ฆ่าไปแล้วจริงๆ อย่าหวังจะให้เขาฟื้นขึ้นมาอีกเลย เราเสียใจด้วย

และเนื้อเรื่องของ Wc ก็ไม่ได้ถูกวางมาแล้วตั้งแต่ต้น จากการสังเกตุดูแล้วเนื้อเรื่อง Wc3 นี้ค่อนข้างจะเป็นอะไรที่ " คิดขึ้นใหม่หมด " ให้สนับสนุน Wc2 ได้บ้าง

หลักฐานความผิดพลาดบางประการคือ Kil'jaeden ที่ไปโผล่ใน Wc2 ในรูปลักษณ์และสถานภาพ " Demon " ในขณะที่ใน Wc3 นี่จู่ๆก็มี " Eredar " โผล่ขึ้นมาทั้งๆที่ไม่เคยกล่าวถึง แล้วบอกว่า Kil'jaeden เป็น Eredar ซะงั้น ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับ Demon

นอกจากนี้ยังมีความผิดพลาดมากมายหลายประการในเนื้อเรื่อง เนื่องจากรายละเอียดมหาศาล ช่องโหว่จึงมีเยอะจนพรุน ก็เป็นธรรมดา ทุกวันนี้ Blizzard เองก็พยายามสร้างเรื่องใหม่ๆขึ้นมาเพื่ออุดรูเหล่านั้นอย่างเอาเป็นเอาตาย เพื่อที่จะทำให้มหากาพย์ของพวกเขาสมบูรณ์แบบที่สุดในโลก และต้องเป็นเกมที่เล่นสนุกที่สุดไปพร้อมๆกัน

ยากเนอะ...


edit @ 2006/12/23 14:15:10
edit @ 2006/12/23 14:19:59
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อ่ะ ตกลงพวกเอล์ฟธรรมดานี่สืบสายเลือดมาจากบลัดเอล์ฟรึ? แล้วไหงดูเหมือนเอล์ฟจะดูรังเกียจบลัดเอล์ฟอยู่กลายๆหว่า?

ท่าทางต้องรีบๆอ่าน War of the Ancient ให้จบเร็วๆซะกระมัง เผื่อจะมีสาเหตุ
#1  by  Blade At 2006-12-18 04:54, 
@ป๋าเบลด

พวกเอลฟ์ archer ผิวขาว หรือ sylvanas windrunner ก็ตามที ที่จัดว่าเป็นพวก high elves ทั้งหมดเลย ก็สืบเชื้อสายมาจาก Elves of Quel'thalas (หรือก็คือ High Elves.... ที่ปัจจุบันโดนกวาดล้างและกลายเป็น Blood Elves ในปัจจุบัน) นั่นแหละครับ :)
#2  by  Temp Nightflare At 2006-12-18 08:51, 
อ่านแล้วอยากกลับไปขุดsave เล่น WC3 ให้จบจัง
#3  by  Ellebazi At 2006-12-18 09:35, 
โห ยอดเยี่ยมๆ ต่างกับ Review ที่ตัวเองคิดไว้ว่าจะทำเลย แต่แบบนี้ดีนะ เหมือนฟังคนเล่าเรื่องย่อ เกรทๆ

จะว่าไป ยังและ TFT ไม่จบเลยหล่ะ ^_^;;; BE นี่ ดูระหกระเหินดีแฮะ
#4  by  gsawa At 2006-12-18 10:39, 
โฮ่ ดราไน นี่น่าสงสารจริงๆ
#5  by  cg At 2006-12-22 22:24, 
แจ๋วๆ อ่านง่ายอ่านสนุกดีครับ :D
เนื้อเรื่อง และความสัมพันธ์ตัวละครมันพื้นๆจริงๆแหละเนอะ แต่มันใช้ scale กับความสัมพันธ์ตัวละครจำนวนมาก

มุขที่ใช้บ่อยที่สุดคือ curruption ใช้สำหรับเปลี่ยนฝ่ายตัวละครง่ายดาย แสนสบายจริงๆ

Dr.Cid
#6  by  กระท่อมวรรณกรรม At 2006-12-23 14:24, 
เกมมันนานเกิน ตั้งกะสมัยคนยังไม่สนเนื้อเรื่อง ก็งี้แหละ - - WC2 เนื้อเรื่องมี นะ แต่ชุ่ยๆ WC3 นี่ค่อยมาจริงจัง อุดกันสนุกเลย พอเป็น wow ยิ่งต้อง ซีเรียสกับเนื้อเรื่องเพราะเป็น RPG เลยยิ่ง แต่งใหม่เยอะเข้าไปอีก
#7  by  aeroforce (124.120.136.150) At 2006-12-31 11:20, 


ตัวละครบางตัวก็ยังไม่เคยเห็นหน้าตากันเลย หรือแทบจะไม่มีบทบาทเรยง่ะ อย่างเช่น พี่ชายของ Maive (Maive นี่ก็แทบจะไม่มีบทบาทแระ)

#8  by  Bow TK (124.121.136.161) At 2007-01-02 13:06, 
อ๋อ...Lich kingอย่างนี้นี่เอง - -

#9  by  Horus (202.28.179.3 /10.6.6.147) At 2007-02-10 23:10, 
ภาค FT อิลิดานมันยังไม่ตายนะดูก้อรู้เลยยังดิ้นๆอยู่เพราะโดนถากๆเท่าันั้นเอง
#10  by  LOL (125.24.1.234) At 2007-03-13 07:45, 
เน
#11  by   (124.157.220.148) At 2007-03-29 14:15, 
สายพันธุ์เอลฟ์ (คงมีแค่นี้)
ไนท์เอลฟ์
ไฮท์เอลฟ์
เอลฟ์เลือด
เอลฟ์เคลทาลาส
นากา
#12  by  Gojetar (118.175.148.60) At 2008-04-19 01:23, 

<< Home